แคนาดา

มอนทรีออล เมืองที่ยุโรปกับอเมริกาเหนือมาบรรจบกันบนเกาะกลางแม่น้ำ

มอนทรีออลคือเมืองที่พูดฝรั่งเศสเป็นหลักแต่ตั้งอยู่ในแคนาดา ทำให้มีกลิ่นอายยุโรปผสมความสบายๆ แบบอเมริกาเหนืออย่างลงตัว เมืองเก่าวิเออมงเรอาลที่ปูด้วยหินก้อนกลมริมแม่น้ำแซ็งต์ลอเรนต์ยังคงบรรยากาศแบบศตวรรษที่ 17-18 ไว้ครบ ขณะที่ย่านพลาโตกับมงต์รัวยาลเต็มไปด้วยชีวิตชีวาของศิลปิน คาเฟ่ และเทศกาลกลางแจ้งตลอดปี

พร้อมออกเดินทางไปมอนทรีออลแล้วหรือยัง

เส้นทางแบบชั่วโมงต่อชั่วโมง พร้อมสถานที่จริงและแผนที่ — ฟรีใน Telegram ในเวลาประมาณหนึ่งนาที 👉

เริ่มวางแผนทริปของคุณ

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

1

วิเออมงเรอาล (Vieux-Montréal)

ย่านเมืองเก่าปูหินก้อนกลมริมแม่น้ำ เต็มไปด้วยอาคารยุคอาณานิคมฝรั่งเศส ร้านกาแฟ และรถม้าแบบดั้งเดิม

2

มหาวิหารนอเทรอดามแห่งมอนทรีออล

โบสถ์กอทิกฟื้นฟูที่ตกแต่งภายในด้วยไม้แกะสลักปิดทองและกระจกสีอันวิจิตร ถือเป็นหนึ่งในโบสถ์สวยที่สุดของอเมริกาเหนือ

3

มงต์รัวยาล (Mont-Royal)

เนินเขาเตี้ยกลางเมืองที่ออกแบบสวนสาธารณะโดยผู้ออกแบบเซ็นทรัลปาร์ก จุดชมวิวข้างบนมองเห็นตัวเมืองทั้งหมด

4

ตลาดฌ็อง-ตาลง (Marché Jean-Talon)

ตลาดสดกลางแจ้งที่ใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ขายผลผลิตท้องถิ่น ชีส และเมเปิลไซรัปสดจากฟาร์ม

5

มหาวิหารแม่พระแห่งโลก (Mary, Queen of the World Cathedral)

อาสนวิหารที่จำลองแบบมาจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในกรุงโรม ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจดาวน์ทาวน์

6

เกาะแซ็งต์เอเลน (Parc Jean-Drapeau)

เกาะกลางแม่น้ำที่เคยเป็นพื้นที่จัดงานเอ็กซ์โป 67 ปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะ มีลูกโลกเบียวสเฟียร์และสวนสนุกลารงด์

7

ย่านพลาโต-มงต์รัวยาล (Le Plateau-Mont-Royal)

ย่านที่พักอาศัยเก่าแก่ มีบันไดเหล็กดัดโค้งหน้าบ้านอันเป็นเอกลักษณ์ เต็มไปด้วยงานสตรีทอาร์ตและคาเฟ่อินดี้

ตัวอย่างแผนเที่ยวหนึ่งวัน

08:30
St-Viateur Bagel เริ่มวันด้วยเบเกิลอุ่นๆ กับกาแฟ
10:00
วิเออมงเรอาลและมหาวิหารนอเทรอดาม เดินชมสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมและชมภายในโบสถ์
13:00
ตลาดฌ็อง-ตาลง เลือกซื้อของกินเล่นและผลไม้สดจากแผงท้องถิ่น
16:00
มงต์รัวยาล เดินขึ้นชมวิวพระอาทิตย์ตกจากจุดชมวิวคอนดอร์
19:30
Schwartz's Deli ปิดท้ายวันด้วยแซนด์วิชสม็อกมีตต้นตำรับ

อาหารท้องถิ่นที่ต้องลอง

อาหารมอนทรีออลผสมผสานรากฝรั่งเศส ยิวยุโรปตะวันออก และวัฒนธรรมแคนาดาเข้าด้วยกันจนเกิดเมนูที่หาไม่ได้ที่ไหนแบบนี้

เบเกิลมอนทรีออล · อบในเตาฟืนจนหน้านอกกรอบหอมและหวานกว่าเบเกิลนิวยอร์ก ร้านดังอย่าง St-Viateur Bagel เปิดยันดึก
푸틴 (Poutine) · มันฝรั่งทอดราดเกรวี่และเนยแข็งชีสเคิร์ดที่ละลายเป็นเส้นยืด ต้นตำรับของควิเบกที่ต้องกินสักครั้ง
สม็อกมีตแซนด์วิช (Smoked Meat) · เนื้อรมควันหั่นหนาเสิร์ฟในขนมปังไรย์ สูตรดั้งเดิมจากร้าน Schwartz's Deli ที่เปิดมาเกือบร้อยปี
ทาร์แต็งโอซูเคร (Tarte au sucre) · ทาร์ตน้ำตาลเมเปิลรสหวานเข้มข้น ของหวานประจำถิ่นที่สะท้อนวัฒนธรรมฝรั่งเศส-แคนาดา
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไป

ช่วงปลายพฤษภาคมถึงกันยายนอากาศอบอุ่นเหมาะเดินเล่นและร่วมเทศกาลกลางแจ้งอย่างเทศกาลแจ๊สนานาชาติ ส่วนกันยายน-ตุลาคมใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามและนักท่องเที่ยวน้อยลง ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) หนาวจัดติดลบแต่มีเสน่ห์แบบเมืองหิมะและเทศกาลไฟกลางคืน

การเดินทางภายในเมือง

ระบบรถไฟใต้ดินเมโทร (Métro) ครอบคลุมและตรงเวลา เชื่อมต่อกับเมืองใต้ดิน (RESO) ที่เดินได้ยาวกว่า 30 กิโลเมตรโดยไม่ต้องเจอหิมะ ส่วนตัวเมืองเก่าและย่านพลาโตเดินเท้าหรือปั่นจักรยาน BIXI สะดวกที่สุด

เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

แวะกินเบเกิลที่ St-Viateur หรือ Fairmount ตอนดึกๆ จะได้เห็นเบเกิลออกจากเตาฟืนร้อนๆ และไม่ต้องต่อคิวยาวเหมือนตอนกลางวัน

คำถามที่พบบ่อย

มอนทรีออลพูดภาษาอะไรเป็นหลัก นักท่องเที่ยวที่พูดอังกฤษไม่ได้ฝรั่งเศสจะเที่ยวลำบากไหม+

ภาษาราชการคือฝรั่งเศส แต่คนในเมืองส่วนใหญ่โดยเฉพาะย่านท่องเที่ยวพูดอังกฤษได้ดี จึงเที่ยวได้สบายแม้ไม่รู้ภาษาฝรั่งเศส

ควรไปมอนทรีออลกี่วันถึงจะพอเห็นเมืองเก่าและย่านสำคัญ+

3-4 วันเพียงพอสำหรับชมวิเออมงเรอาล มงต์รัวยาล และย่านพลาโต หากอยากรวมทริปเดย์ทริปไปควิเบกซิตีด้วยควรเผื่อ 5-6 วัน

ฤดูหนาวที่มอนทรีออลหนาวแค่ไหน ยังเที่ยวได้ไหม+

อุณหภูมิอาจลดต่ำถึง -15 ถึง -20 องศาเซลเซียส แต่เมืองมีระบบทางเดินใต้ดิน RESO ให้เดินช้อปปิ้งและกินข้าวได้โดยไม่ต้องเจอความหนาว

มีประโยชน์สำหรับทริป

พร้อมออกเดินทางไปมอนทรีออลแล้วหรือยัง

วางแผนเส้นทาง จองที่พัก และเตรียมทริปสองภาษาสุดพิเศษของคุณได้เลย

✈ Telegram →

จุดหมายอื่น ๆ