ซาอุดีอาระเบีย

เจดดาห์: เมืองท่าประวัติศาสตร์ประตูสู่มักกะฮ์ริมทะเลแดง

เจดดาห์คือประตูสู่นครมักกะฮ์มาตั้งแต่โบราณ เมืองท่าริมทะเลแดงแห่งนี้สะสมร่องรอยพ่อค้าและผู้แสวงบุญจากทั่วโลกไว้ในตรอกเก่าของ Al-Balad จนได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก ขณะเดียวกันก็มีคอร์นิชยาวริมทะเลกับงานประติมากรรมกลางแจ้งที่ทำให้เมืองนี้ดูทันสมัยไม่แพ้ใคร

วางแผนทริปเจดดาห์

เส้นทางแบบชั่วโมงต่อชั่วโมง พร้อมสถานที่จริงและแผนที่ — ฟรีใน Telegram ในเวลาประมาณหนึ่งนาที 👉

เริ่มวางแผนทริป

สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด

1

อัลบาลัด (Al-Balad)

ย่านเมืองเก่าที่ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกโดยยูเนสโก เต็มไปด้วยอาคารปะการังโบราณและหน้าต่างไม้แกะสลักแบบโรวาชิน

2

น้ำพุคิงฟาฮัด (King Fahd's Fountain)

น้ำพุกลางทะเลแดงที่พุ่งสูงกว่า 260 เมตร ถือเป็นน้ำพุที่สูงที่สุดในโลก มองเห็นได้จากทั่วเมือง

3

คอร์นิชเจดดาห์ (Jeddah Corniche)

ถนนเลียบชายฝั่งทะเลแดงยาวหลายกิโลเมตร มีสวนสาธารณะ ประติมากรรมกลางแจ้ง และจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก

4

มัสยิดลอยน้ำ (Al Rahma Mosque)

มัสยิดที่สร้างยื่นลงไปในทะเลแดง มองเห็นวิวน้ำทะเลรอบด้าน สวยงามโดยเฉพาะยามพลบค่ำ

5

ตลาดอัลอาลาวี (Souq Al-Alawi)

ตลาดเก่าแก่ใจกลางอัลบาลัด ขายเครื่องเทศ ผ้า ทองคำ และของใช้พื้นเมืองมาหลายชั่วอายุคน

6

พิพิธภัณฑ์อัลตาเยบัต (Al Tayebat Museum)

พิพิธภัณฑ์เอกชนขนาดใหญ่ที่รวบรวมโบราณวัตถุและศิลปะอิสลามหลายพันชิ้นไว้ในอาคารเดียว

7

หอคอยเจดดาห์ทาวเวอร์ (Jeddah Tower - พื้นที่ก่อสร้าง)

โครงการตึกที่จะสูงที่สุดในโลกเมื่อสร้างเสร็จ ปัจจุบันเป็นสัญลักษณ์ความทะเยอทะยานของเมืองที่นักท่องเที่ยวแวะถ่ายรูป

ตัวอย่างแผนเที่ยว 1 วัน

07:30
อัลบาลัด (Al-Balad) เดินชมตึกปะการังโบราณและบ้านไม้เก่าตอนแสงเช้ายังไม่ร้อนจัด
09:30
ตลาดอัลอาลาวี (Souq Al-Alawi) เดินเลือกซื้อเครื่องเทศ ผ้า และของที่ระลึกในตลาดเก่าแก่ของเมือง
12:30
ร้านอาหารท้องถิ่นย่านอัลบาลัด แวะกินซาลีกหรือมันดีมื้อกลางวันแบบฮิญาซแท้ ๆ
15:30
พิพิธภัณฑ์เจดดาห์ (Al Tayebat Museum) ชมของสะสมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมซาอุดิอาระเบียหลายพันชิ้น
18:00
คอร์นิชเจดดาห์ (Jeddah Corniche) เดินเล่นรับลมทะเลแดง ชมประติมากรรมกลางแจ้งริมทาง
20:00
น้ำพุคิงฟาฮัด (King Fahd's Fountain) ปิดท้ายวันด้วยน้ำพุกลางทะเลที่สูงที่สุดในโลก ยามค่ำคืนสวยงามมาก

อาหารท้องถิ่นต้องลอง

อาหารเจดดาห์ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมฮิญาซดั้งเดิมกับอิทธิพลจากพ่อค้าเยเมน อินเดีย และแอฟริกาตะวันออกที่เข้ามาทางท่าเรือ

ไก่หรือแพะสะระบา (Saleeg) · ข้าวต้มครีมข้นหุงกับนมราดหน้าด้วยไก่หรือเนื้อแกะ เป็นอาหารเช้าเช้าที่นิยมมากในเจดดาห์
มันดี (Mandi) · ข้าวหมกเนื้อแกะหรือไก่อบในเตาใต้ดิน หอมเครื่องเทศ เป็นเมนูหลักของงานเลี้ยงฮิญาซ
ฟตะฮ์ (Fattah) · ขนมปังแผ่นชุบซุปเนื้อราดโยเกิร์ตและกระเทียม นิยมกินในเดือนรอมฎอน
ซัมบูซะฮ์ (Sambousek) · แป้งทอดสอดไส้เนื้อสับหรือชีสรสเผ็ดอ่อน ๆ ของว่างยอดนิยมยามเย็น
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยว

ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์อากาศเย็นสบายที่สุด เหมาะกับการเดินเล่นริมทะเลและย่านเมืองเก่า ส่วนหน้าร้อน (พฤษภาคม-กันยายน) อากาศร้อนจัดและชื้นจากไอทะเล ควรเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วงกลางวัน

การเดินทางในเมือง

เจดดาห์ไม่มีระบบรถไฟฟ้าหรือรถไฟในเมือง การเดินทางหลักคือแท็กซี่และแอปเรียกรถอย่าง Uber หรือ Careem ซึ่งสะดวกและราคาไม่แพง ส่วนย่านเมืองเก่า Al-Balad ควรเดินสำรวจด้วยเท้าเพราะตรอกซอกซอยแคบรถเข้าไม่ถึง

เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

ร้านอาหารฮิญาซดั้งเดิมที่อร่อยที่สุดมักซ่อนอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ของอัลบาลัดโดยไม่มีป้ายภาษาอังกฤษ ให้สังเกตร้านที่คนท้องถิ่นต่อคิวตอนพระอาทิตย์ตกช่วงเดือนรอมฎอนหรือมื้อเย็นปกติ นั่นคือร้านของแท้ที่นักท่องเที่ยวมักพลาด

คำถามที่พบบ่อย

เจดดาห์เหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ไม่ได้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์หรือไม่+

เหมาะมาก เจดดาห์เปิดวีซ่านักท่องเที่ยวมาหลายปีแล้ว มีย่านเมืองเก่า พิพิธภัณฑ์ ริมทะเลแดง และร้านอาหารหลากหลายให้เที่ยวได้โดยไม่ต้องเกี่ยวข้องกับการประกอบพิธีทางศาสนา

ผู้หญิงนักท่องเที่ยวต้องแต่งกายอย่างไรในเจดดาห์+

ไม่บังคับสวมอาบายะแบบซาอุดิอาระเบียส่วนอื่นแล้ว แต่ควรแต่งกายสุภาพ ปกปิดไหล่และเข่า โดยเฉพาะเวลาเดินในย่าน Al-Balad หรือสถานที่ราชการ

จากเจดดาห์ไปมักกะฮ์ใช้เวลาเดินทางนานเท่าไร+

ประมาณ 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมงครึ่งโดยรถยนต์ แต่ต้องมีใบอนุญาตหรือเอกสารรับรองว่าเป็นมุสลิม เพราะมักกะฮ์ห้ามผู้ไม่ใช่มุสลิมเข้าเขตเมือง

มีประโยชน์สำหรับทริป

วางแผนทริปเจดดาห์

เตรียมเที่ยวประตูสู่มักกะฮ์และเมืองท่าประวัติศาสตร์ริมทะเลแดงให้ครบทุกจุด

✈ Telegram →

จุดหมายอื่น ๆ